Miss Sally's profileGear EntaneerPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    10 Nov. 2..9

     
    การบ้านข้อที่ 1 วิชา Industrial Management
     
    "คนเราเกิดมาทำไม"
     
    ..........นั่นดิ่.........
     

    2 Nov. 2..9

    หลังจากผ่านเมื่อคืนวานอันแสนทรหดมาได้อย่างยากเย็น ด้วยการพยายามไม่อาเจียนเอาอาหารออกมา
    ใช้ความอดกลั้นทั้งหมดที่มี ทำให้กินให้ได้มากที่สุด ด้วยอยากเติมพลังงานให้ร่างกายมีแรงบ้างอะไรบ้าง
    ดูแล้วเหมือนการพยายามจะเป็นผลดี แต่ก็ไม่ทั้งหมด
    อาหารไม่ออกมา แต่ร่างกายก็ดูเหมือนจะหวิวทั้งคืน ต้องพยายามข่มตาให้หลับ อาบน้ำ นั่งสมาธิ ทำจิตให้ว่าง
    กว่าจะหลับลงแบบสงบ คาดไม่ผิดก็ล่วงเข้า 3 นาฬิกาของเช้าวันใหม่พอดิบพอดี
    เข้าขั้นโทรมถึงขีดสุด
     
    วันนี้ อาการหวิว ยังไม่หายไป
    แต่โชคดี หลังจากทำจิตใจให้สงบ ร่างกายยังปรับได้ ไม่กระแดะสำรอกเอาทุกอย่างออกมาอย่างวันก่อน
    ช่วงนี้ อาการกระแดะฉันเริ่มเป็นบ่อยมากขึ้น เรียกได้ว่า เครียดปุ๊บ ออกทางปากปั๊บแบบทันใจ
    สั่งได้เร็วยิ่งกว่าโทรสั่ง 1150 เรียกพิซซ่าลงตับ
    มากมายจนเพื่อนสาวถึงขั้นออกปาก >>>> นี่มึงอ๊วกแตกอ๊วกแตนขนาดนี้ มึงท้องแน่ๆ ชัวร์ๆ ???
    เหอๆ เอากะมันเหอะ O_o
    เอาหละ....ทางออกมีทางเดียว...>> เลิกเครียด<< ....ต้องพยายาม
     
    ตอนนี้ ใกล้ตี 4 เข้าไปทุกที
    ลอยกระทงปีนี้ มาพร้อมลมหนาว บอกได้คำเดียวว่าบรรยากาศวันนี้มัน.....โคตรเหงา
    โคตรเศร้า โคตรหวิว โคตรแย่ โคตรอยากกอดใครซักคน
    แต่ก็ยังดี ตอนขากลับได้เจอไมโคร เกลอเก่า
    อารามเมาๆอึนๆ เลยถ่ายรูปกอดคอกันมา 1 แช๊ะ
    ถ่ายเสร็จเพื่อนออกอาการอึ้ง "สา มึงเมานี่หว่า"
    "เออดิ่"
    "อิ๊บอ๋าย!! มึงกินไม่เป็นนี่"
    "เออ"
    "แล้วนี่ใครมอมมึง"
    "กรูกินเอง"
    "แล้วมึงมากับใคร"
    "นั่นอ่ะ"
    "อ้าว เอี้ยะ งั้นมึงกลับห้องเลย" โห่ๆ....โดนด่าเป็นชุด แถมโดนลากกลับมาห้องอีกตะหาก เหอะๆ
     
     มานั่งคิดดู ตอบคำถามรู้เรื่อง ก็ยังไม่น่าจะเมา ตาก็ไม่เยิ้ม
    มันก็แค่...เดินเซๆ อารมณ์ชาๆ ก็แค่นั้น
    อยู่มหาลัยมาจนแก่ป่านนี้ กินมันแค่ครั้งเดียว ย้อมใจเล่นๆ คงไม่เสียหายมากมั้ง
     
    แต่เลือกได้ คงไม่กลับไปแตะมันแล้วหละ
    กินแล้วทรมาน...สร่างเมาแล้วยิ่งทรมานกว่า
    คงเกลียดแอลกอฮอล์พอกับเกลียดผู้ชายโกหกไปอีกนาน...
     
    ลอยกระทงปีนี้......,น้ำตานองท่วมตลิ่งจริงๆ
     
     
     

    31 Oct 2..9

    และแล้วก็ถึงวันเสาร์ กับงาน European Higer Education Fair
    ฉันตื่นเตรียมตัวตั้งแต่ 6 โมงเช้า ธีมวินเทจที่เตี๋ยมไว้กับเพื่อนถูกหยิบขึ้นมาใช้
     แต่ดูจะแรงไปนิด ไม่เข้ากันไปซักหน่อยกับงานที่จะไป
    เลยต้องเปลี่ยนโทนสีให้เบาลงมา แต่คอนเซ็ปยังคงแนว"ดอก" ไว้เหมือนเดิม..
     
    น่าเสียดายเล็กน้อย ที่งานดันมีวันที่เพื่อนหนอน เพื่อนจิ๊บ ต้องออกโชว์งานเต้นที่มีคนร่ำๆมาว่า เป็นฮ่องกง (ดังกันใหญ่) 
    งานนี้ เลยขาดสมาชิกขาเมาท์ประจำไปถึง 2 คน บอกได้คำเดียวว่า..."เซ็งเป็ด เซ็งห่านมาก"
     
     
    12.30 มาถึงตัวห้างดังใจกลางกรุงแบกแดด "พาราแก้ม เวิร์ล" สถานที่จัดงานอยู่ ชั้น 5
    ก่อนเข้างาน จะต้องมีการลงทะเบียนที่ใช้เวลา 2-3 นาที งมกับข้อมูลที่ต้องกรอกลงไป
    แน่นอน ปากกา เป็นปัจจัยสำคัญมากที่ต้องพกไป ด้วยเหตุผลที่ไม่ต้องมี เพราะมันควรจะอยู่คู่กับกระเป๋าทุกใบ
    นั่นหละ ด้วยความอาร์ต เลยไม่เคยพกปากกา เรียกง่ายๆว่าตั้งแต่ขึ้นมหาลัย ใช้แต่ดินสอ ก็ว่าได้
    ทั้งกระเป๋า เทไปเทมา เลยมีแต่ดินสอกับดินสอสี ลงทะเบียนไม่ได้กันซะงั้น =+=
     

    ehef_21ehef_12

    ระหว่างที่ยังหยิ่ง ไม่ขอปากกาใคร ก็ลงมาเดินชั้น M ย่านน้ำพุ ที่ร้อนตับแล่บ

    งานกินรอบกรุง คึกคัก คนยั่วเยี้ย วุ่นวาย แต่คนซื้อกลับไม่ค่อยมี ส่วนใหญ่ เห็นแต่เดินกับถ่ายรูปกันท่าเดียว >!<

    คงเป็นเพราะอากาศ กับเศรษฐกิจ คนซื้อเลยดูโหวงๆ 
    (รึเราไม่เห็นตอนเค้าซื้อกันก็ไม่รู้แฮะ)
     
     
    13.00 คุณชายเดินทางมาถึง ด้วยกางเกงสีเขียวแปร๊นมาก ถึงขนาดพนักงาน Grill&Chill ให้การยอมรับและนินทากันซึ่งๆหน้า
    แต่เราชอบแฮะ ปฏิญาณไว้และ ว่าต้องไปหากางเกงที่แรงกว่ามันมาใส่ให้ได้ แสบทรวงได้ใจ
     
    บรรยากาศในฮอล์ยามบ่ายคึกคักสุดๆ มีหนุ่มๆหัวทองหัวดำหัวเหลืองหัวส้ม เดินกันให้ควั่ก
    เห็นแล้วก็คิดถึงลูกชิ้น ..... น่ากิน
     
    >>>>>>>>>>
     
     
    งานวันนี้ผิดความคาดหมายไปนิดหน่อย มาตอนแรก กะว่าจะมีแต่แถบยุโรปที่มาเปิดตัวอย่างที่ลงโฆษณาไว้
    เอาเข้าจริง แม้แต่พี่ไทย รึสิงคโปร์ที่มันเอเชียสุดๆ ก็ยังร่วมเปิดบูธ
    ก็ถือว่าดี มีตัวเลือกให้เดินดูเยอะดี
    แต่ก็นั่นแหละ โชคแม่มไม่เข้าข้างอีกและ เอาเข้าจริง ทุนที่เราสนใจก็ดันต้องใช้เยอ Level A-2 เป็นอย่างต่ำ
    ความรู้ที่มี ก็แค่อ่านได้ มันจะไปผ่านเยอได้จะได เห้อ.....เซรง
     
    ตกเย็น 7.00 มีนัดกับกลุ่มพี่ๆทั้งหลายที่คราวนี้ได้เจอะเจอกันซักที
    หลังจากนัดกันมาเป็นชาติ อิช้านก็ไม่เคยโผล่พระหัวไปให้ยลแม้แต่ครั้งเดียว 
    นัดกันที่ Cen-Lad หึหึ ....."หลง"
    เดินวนไปวนมาอยู่ช่วงใต้สะพานรอยต่อปตท.ซะนาน ทางลัดตรงนั้น น่ากลัวมาก ขอบอก!! 
    ด้วยความที่ไม่ได้ขึ้นรถเมล์นานมากกกก....นึกว่าปอ.ทุกคัน ลองถ้าเขียนว่าไป Cen-Lad มันต้องจอดหน้าตึกเท่านั้น
    หึหึ....เด็กน้อยจริงๆเรา
     
    เสร็จนัดเย็น ก็มีรอบดึก เพิ่งรู้ว่าคืนนี้มันเป็น Halloween
    เลยมีโอกาสได้ไปเดิน ข้าวสารแบบไม่ตั้งใจนิดหน่อย แต่ก็โอเค ตื่นตาตื่นใจ ชอบๆ ^^
    เสียดาย ... ไม่ได้ถ่ายรูปไว้
     
    เสร็จภารกิจ 1 วัน ....
     
     
     
     
     
     

    Meeting

    โปรเจ็คเสียงไปเกือบ 10 รอบ....
     
    "ไม่ผ่านค่ะน้อง"
     
    เครียด
     
    เครียด
     
    เครียด
     
    ........
     
     
    **เจอเพื่อนๆมา ดีจัง ^^
    **แต่แย่มากที่เอกไม่โทรหา....เคือง!!
     

    Dr.FS

    ตี 2 แล้ว เพิ่งจะได้กลับจากมหาลัย
    วันนี้....วันเกิดโบ๊ท
    หมูหันกับโค้ก ฉลองกันท่ามกลางกองงาน
     
    วันนี้....พรีเซนท์พลาดกันหลายจุด
    ต้องแก้ไขทั้งหมด ทั้งหมดจริงๆ
     
    วันนี้....คุยเรื่องเครียดพร้อมเสียงหัวเราะโดยไม่รู้
    แบ๊วนั่งร้องไห้....ตกใจเลย 
    โก้นั่งหน้าเครียด
    ทุกคนดูแย่...ไม่รู้จะทำไง เห้อ
     
    ขากลับหอพัก
    โบ๊ท+แบ๊วมาส่งหอ
    ชวนก๊งย้อมใจแก้เครียด
    เหอะๆ...กรูไม่ไหวว่ะ O_o
     
    หวังว่าพรุ่งนี้ คงจะลุล่วง ... ^_^
     

    OS-OS and OS

    photo    วันนี้แดดไม่ออกเลยซักหยด ช่างเซรงอะไรเยี่ยงนี้ ~_~!
     
      ฝนตกทุกวัน เหมาะกับการนอนสิ้นดี อยากจะออกไปวิ่งดูหนุ่มๆ ก็พลาดได้ทุกวัน
    กล้ามแขนกล้ามขาหายไปหมดแว้ว เห้อ..เห้อ
     
    แต่ก็นะ ช่วงนี้มีประเด็นร้อนมาใหม่ มาแรง
    หลังจากร้องไห้ร้องห่มงอแงตัดใจไป 2 รอบ ไม่สิ 3 รอบแล้ว
    มีคนเตือนมา 3 คน ปรึกษาใครก็โดนดุแรงๆ มันทุกคน 555555
    เมื่อวานเพิ่งตัดใจไปอีกรอบ เพราะกลัว...
    ตื่นมาตี 4 วันนี้เอาอีกแล้ว ไฟคุกรุ่น ตื่นมานั่งคิดอีก หนังสือหนังหาไม่อ่าน นั่งตื่นเต้นอีกซักรอบ
    เอาว่ะ อย่างน้อยก็...เป็นแรงบันดาลใจให้ทำอย่างอื่นได้ต่อ
     
    สนับสนุนแค่คนเดียว นอกนั้นด่าเละ 5555
    งัยก็ขอบคุณคุณป้า คุณอา คุณปู่นะคร้าที่เตือนๆกันมา (เรียกพี่ กลัวจะขัดอายุจริง อิอิ)
    นู๋ทราบซึ้งทรวงใน เข้าใจถึงอันตรายที่จะตามมา
    แต่ว่า.....ก็ขอเป็น Inspirationเล็กๆให้ตัวนู๋เองไปก่อนนะคะ คงเป็นช่วงเห่อนะค่ะ (เห่อนานเป็นปีเลยแฮะ)
     
    "ยินดีต้อนรับล่วงหน้าจ๊ะ ..." >> อ่านทีรัยกระชุ่มกระชวยหัวใจทุ๊กกกที
     OS OS OS OS OS OS
     Fight Fight!!!
     
     

    11 June 2009

     

              วันนี้มีโอกาสนั่งคุยกับรุ่นพี่ผู้มากประสบการณ์ท่านหนึ่งในตอนเย็น

              การคุยครั้งนี้ ทำให้หวนคิดถึงหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นกับตนเองในช่วงชีวิตที่ผ่านมา

              ขากลับหอ บนรถตู้ที่เงียบๆ ว้างๆ  เลยได้มีโอกาสนั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อย จุดประกายหลายอย่างทีเดียว

     

              หลายประเด็นที่คุยกัน ทำให้ฉันเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของตัวเอง

              ทั้งดี และไม่ดี

              ฉันไม่รู้ว่าฉันเลิกสนใจ เลิกมองตัวเองมานานขนาดไหนแล้ว

              นานแค่ไหน ที่ไม่ได้นั่งคุยกับตัวเอง

              นานแค่ไหน ที่ความทะเยอทะยานหายไป

              คงพร้อมๆกับที่ฉันไม่ดูแลตัวเอง น้ำหนักลด ป่วยง่าย ไม่ยอมออกกำลังกาย จนแพ้ภัยตัวเอง ผื่นขึ้นตัวเต็มไปหมด

             อาหารเป็นพิษได้บ่อยๆ เป็นไข้ที่ไม่เคยหายขาด รวมถึงอาการคลื่นไส้อาเจียนกับอาหารในทุกๆมื้อ

             ทรมานมากจริงๆ

     

             แต่พร้อมๆกัน ฉันก็มองเห็นข้อดีมากมาย

             ถ้าเรื่องราวในอดีตไม่เกิดขึ้น บางที ความทะเยอทะยานของฉัน อาจไม่ได้กลับมาอีกครั้ง

             ต้องขอบคุณเรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดให้ฟังทุกเรื่องราว ที่ทำให้ฉันสำนึกขึ้นมาได้มากขึ้น ว่ากำลังทำอะไร

     

             ตอนนี้ฉันพบว่า ฉันกำลังหลงลืมบางสิ่งบางอย่าง…..

             แต่ไม่เป็นไร

             ฉันจะเรียกมันกลับมา ^_^

     

     

              ปล.นู๋เป็นเพียงเด็กน้อยอายุ 22 ปี ไม่ได้มีความคิดความอ่านมากกว่าเด็กอายุ 22 คนใด

              บางที อาจจะยังเด็กน้อยมากกว่าคนรุ่นเดียวกันซะอีก (ประมาณว่าอายุจริง 22 แต่คิดได้แค่ 15 ขวบ)

              เพราะงั้น เรื่องราว หรือปัญหาของนู๋ มันอาจไม่ได้สำคัญอย่างที่คิด ที่เขียนแบบนี้

              เพราะไม่อยากให้พี่บางคนกังวลกับเรื่องของนู๋มากไป ขอบคุณสำหรับความปรารถนาดี

              แต่เรื่องราวบางอย่าง ก็ยากที่จะพูดออกไป (นู๋กลัวเกินกว่าจะเล่านั่นเอง 555 )

              เอาเป็นว่า ขอบคุณจริงๆค่ะ กับน้ำใจทั้งหมด  ^^

     

     

              ตอนนี้ อยากอ๊วกเจรงๆ T__T

    yesterday

    “ อยู่ไหน ไม่เห็นหน้าเธอมานานแล้ว คิดถึงกันบ้างไหม อยากเห็นหน้าเธออีกซักครั้งหนึ่ง หวั่นไหว ทุกครั้งที่ใจคิดถึง มันทนไม่ค่อยไหวมองไปเห็นหน้า ……”

    เสียงเพลงเบาๆ คลอมาพร้อมสายฝนที่สาดเทลงมาไม่หยุดนิ่ง อากาศเย็นๆกับสาลี่ลูกโตนี่โคตรเข้ากั๊น…..เข้ากันกับหยดน้ำข้างหน้าต่าง

    ตุ๊กตาลิงกอริลล่าสีดำหน้าตาโคตรน่าเกลียด ผสมกับผ้าปูเตียงลายดอกที่ผ่านการเพาะเชื้อมาหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ

    สองถึงสามวันมานี้ฉันอารมณ์ดีจัง ^_^ …..อาจเป็นเพราะเมื่ออาทิตย์ที่แล้วได้ไปทานข้าวกับรุ่นพี่ใจดีคนหนึ่ง ที่มักมีประโยคเด็ดๆกับการบ้านให้ไปฉุกคิดได้ทุกครั้งที่เจอะเจอ ประโยคเด็ดที่โดนมาครั้งล่าสุดก็คงไม่พ้น

    “แบบนี้แหละ……ปัญหาของคนเดี๋ยวนี้ ก็ชอบโทษคนอื่นก่อนจะโทษตัวเองกันตลอด ปัญหามันเลยมีไม่รู้จักหยุดหย่อน”

    จำได้ว่า ตอนนั้นกำลังจะคีบยำหนวดปลาหมึกที่ฟูจิเข้าปาก เจอประโยคขั้นเทพเข้าไป ถึงกับหนวดติดคอไป 3 วิ ……(อืม ด่ากรูอยู่รึป่าวว่ะเนี่ย แง่มๆๆ) ไม่ได้เคืองหรอก เพราะที่พี่เค้าพูดมา มันก็จริง……เลยทำให้ช่วงนี้ ฉันอยู่ในช่วงข่มจิต ข่มใจ โทษตัวเองมากๆ ก่อนที่จะหันไปโทษใคร

    ก็ได้แต่หวังว่า ทุกคนที่ฉันรู้จัก จะมีมุมมองเช่นเดียวกัน สิ่งดีๆ จะได้ไม่ลดน้อยถอยลงโดยที่เราอาจไม่ทันได้มองดู หันกลับมาอีกครั้ง สิ่งดีๆจะได้ยังคงอยู่ ไม่จากไปแบบไม่รู้ตัว (แบบที่ฉันกำลังจะเจอ)

    แต่ก็อีกนั่นแหละ วินาทีนี้ ฉันก็ได้แต่พยายามทำทุกอย่างให้เต็มที่ในทุกๆวัน เพื่อที่วันนึงข้างหน้า หันมองตัวเองกลับมา จะได้ไม่รู้สึกเสียใจกับการกระทำของตัวเอง ……แน่นอน มันไม่ได้ง่าย แต่ก็ไม่ได้ยากที่จะทำ

    ถึงจะรู้สึกว่าตัวเองเริ่มซะช้า อาจไม่ทัน กับบางสิ่งบางอย่างที่กำลังหมุนเปลี่ยนไปเรื่อยๆอย่างรวดเร็ว ในทุกๆวัน แต่อะไรจะเกิด……ก็คงต้องปล่อยให้มันเป็นไป กลายเป็นคนปลงไปซะแล้วเรา เเง่งงงง = =”

    - วันนี้มีเรื่องสนุกมากมาย ไปดูงาน NEPCON ที่ BITEC บางนา ความรู้สึกปีนี้ช่างแตกต่างกับปีที่แล้วโดยสิ้นเชิง การต้อนรับจากพี่ๆในปีนี้ เรียกได้ว่า “ดีขั้นพ่อเทพแม่เทพ” เรียนมา 4 ปี ไปดูงานมา 4 ครั้ง ครั้งนี้กลับเป็นครั้งแรกที่ฉันรู้สึก “อิ่มเอม” หลายซุ้มล้วนเต็มใจและเต็มที่กับการให้ความรู้ ไม่ได้มาเพียงเพื่อธุรกิจเพียงอย่างเดียว บางบริษัทถึงกับมีการยื่นแจกนามบัตรพร้อมเบอร์โทรกันเล็กน้อย ก็ไม่รู้ว่าพอสมัครไปจริงๆ จะ support ทุกอย่างจริงอย่างที่พูดกับเราวันนี้รึป่าว แต่ที่แน่ๆ เอานามบัตรไว้ก่อนดีที่สุด 5555++

    - ออกจากงานที่ BITEC ช่วงบ่าย เดินทางต่อไปยังเดอะมอล์บางกะปิ ติดรถพี่ณัฐที่บังเอิญโค-ตะ-ระ ผ่านมาเจอกัน เลยกลายเป็นโชค 2 ชั้น ได้เจอพี่หนุ่มหล่อเฟี้ยวที่ห่างหายกันไปนาน แถมได้นั่งรถฟรีอีกตะหาก อิอิ

    - หลังจากมาถึงมอล์ปิโดยสวัสดิภาพ ได้ของบางอย่างที่ตามหาซื้อมานานเกือบ 2 เดือน พร้อมกับจำนวนเงินที่ปลิวหายออกไปจากกระเป๋า 300 บาท จากราคา 490 (ต่อสุดฤทธิ์ อิอิ) ก็ยืนอมยิ้มบร้าอยู่คนเดียวเพราะเห่อของใหม่อยู่นาน ถูกใจ ดีใจ ชอบมันจริงๆ ^_^

    - ช่วงเย็น ได้มีโอกาสนั่งฟังทมยันตีเล่าเรื่อง ฟังชีวิตแกแล้วก็อึ้ง ทึ่ง เสียว เจ๋งดี

    เห้อ พอดีกว่า ความจริงเขียนไว้เยอะกว่านี้ แต่ขี้เกียจพิมพ์ นอนดีกว่า พรุ่งนี้จะไปกินเค๊ก วะ55555555555555555555555555555

    เราจะแกร่งขึ้นเรื่อยๆ เจ๋งจริงๆเรา ^_^

    ฝันดีชาวโลก …….

    ฝนตก....

    ฝนตก........จากฟ้า
    ฝนตก........จากตา
    ฝนตก..........ลงมา
    ทำไม????
     
    ลมแรง
    ฝนสาด
    ฟ้าครึ้ม
     
    เนื้อตัวเปียกปอน.....รุ่มร้อน
     
    ฉัน........เป็นหวัดน่ะเอง
    เห้อ...... =_=!
     
     

     
     
     
    ปล.หวัดครั้งนี้ ท่าจะยาวนานได้อีกเว้ยยยย!! โง่จิงกรู โง่ได้อีก...

    Le Enfant

    rain-photoeditor

     

    สวัสดี หน้าฝน

    loos control

     

    mmm_4

    เป็นแค่หนอนไร้ค่า..
    ที่หลงลืมตาเกิดมาท่ามกลางดอกไม้
    ร่างกายผอมบาง
    ดมกลิ่นหอมเย้ายวน
    หลากสีชีชวนให้หลง รักไม่ลาร้าง
    หลงรักเจ้าช่อดอกไม่ทั้งใจ
    *ต่อให้หิวก็ฝืนก็ทน
    จะยอมไม่กลืนไม่กินดอกใบ
    ให้เจ้าดอกไม้ระคาย
    **แค่ใช้น้ำค้ างเพื่อพอประทัง
    ตายังมองชื่นชมแค่เพียงดอกไม้
    ไม่เคยคิดมองตัวเอง
    จนชีวิตเจ้าหนอนก็ตายลงไป
    ยอมทำไปแม่ไม่มีใครจะมองเห็น
    หล่นร่วงลงไปทอดกายเป็นปุ๋ยดิน (แต่ดอกไม้ยังคงงดงามเพราะปุ๋ยดิน)
    โอ้เจ้าหนอนผีเสื้อ
    ไม่เหลือเวลาตามฝัน
    ไม่ทันได้เติบโต ไม่ทันโผบิน
    แล้วความรักของมัน 
    ทิ้งเรื่องราวอะไรให้ใครได้ยิน
    รักที่สร้างสรรค์ไม่ทำร้ายใคร

     

     

    ล้มตัวลงนอนตั้งแต่ทุ่มครึ่ง ปิดเปลือกตา ลืมเลือนเรื่องราววุ่นวาย

    ตอนนี้ 6 ทุ่มพอดิบพอดี

    เปลือกตาถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง  ฝนพรำ บรรยากาศชวนฟุ้งซ่าน

    ความเหงาปะทะเข้าหาตัวอย่างจัง

    คำถามผุดพรายขึ้นมากมาย

    ตอนนี้….ฉันเป็นใคร….ทำอะไรอยู่….ดีแล้วใช่มั้ยที่เป็นแบบนี้

     

    บางที การหยุดอยู่กับที่ อาจจะดีกว่า ตะเกียกตะกายไขว่คว้า

    …..มนุษย์ผู้ไม่เคยรู้อะไร

     

    คิดถึง…..ความรู้สึกทะเยอทะยานไม่รู้จบ

    คงต้องเรียกพลังกลับคืนมา

    …..มนุษย์ผู้โง่เขลา

     

    *****นั่งฟังเพลงหนอนผีเสื้อ ….ทำไมมันเศร้างี้ว่ะ*****

    *** 2 วันนี้เท่านั้น สู้ๆ ***

    **อยากไปทะเลจัง นั่งริมหาด เศร้าๆ เหงาๆ คงจะดี**

     

    7934

    มายา

    ไม่อยากรู้จัก  ไม่ต้องสนใจ

    ไม่อยากใกล้ชิด ไม่ต้องพูดจา

    ไม่อยากเจอหน้า ไม่ต้องแกล้งทำ

    ไม่อยากพูดคุย ไม่ต้องเดินมา

     

    กรูอึดอัด แม่มเอ๋ยยยย!!!!

     

    หลายคนมักพูดว่า ชีวิตช่วงวัยเรียน เป็นวัยที่สบายที่สุด สนุกที่สุด โลดโผนที่สุด

    ฉันมักคิดว่า ก็ไม่แน่เสมอไป บางที ตอนทำงานอาจเป็นอะไรที่สนุกที่สุดก็เป็นได้

    และแน่นอน ฉันคาดว่าจะเป็นหนึ่งในคนที่ทำงานด้วยความสุขด้วยเช่นกัน

    หนึ่งเดือนที่ผ่านมาของการฝึกงาน ฉันรู้สึกสนุกมากๆ ตื่นเต้น ท้าทาย ทุกครั้งที่คิดถึงการฝึกงาน ก็มักจะคิดถึงแต่ด้านดีๆ พี่ดีๆ ห้องพักดีๆ การต้อนรับดีๆ แต่แน่นอน ทุกอย่างล้วนมี 2 ด้านเสมอ ฉันเองอาจหลงลืมไป ว่าโลกมันไม่สวยงามได้ทุกวัน ฉันทำตนอย่างโนนักกะ เป็นมิตรกับทุกคน ผลที่ได้คือการยิ้มแย้มต้อนรับเป็นอย่างดีจากพี่ๆ แต่ถึงวันหนึ่งที่ฉันนำเสนอผลงาน ฉันถึงได้รู้ว่าทุกอย่างคือ มายา

    ตอนนี้ …….ฉันเริ่มรู้สึกอึดอัดกับการทำงาน ไม่เข้าใจกับความห่วงใยที่ได้รับ กับการสั่งสอนที่มีให้ ฉันไม่เข้าใจ ว่าการที่ฉันทำประโยชน์ให้กับบริษัท จะเป็นการเปลี่ยนแปลงความรู้สึกของคนๆหนึ่งได้อย่างมหาศาล  ฉันเพียงมาขอความรู้ และให้กลับ เท่าที่จะให้ได้ ฉันไม่เข้าใจ ว่าการให้ที่ฉันทำลงไปจากคำสั่งของใครบางคน เพื่อประโยชน์ของบริษัท จะเป็นความผิดร้ายแรง ที่ทำให้เราไม่มองหน้ากัน

    ประสบการณ์ครั้งนี้ ทำให้ฉันรู้ว่า ไม่ว่าเราจะสะอาดขนาดไหน หากอำนาจมีไม่มากพอ เราย่อมสกปรกได้ทุกเวลา และข้อสำคัญที่ลืมไม่ลง ข้อดีของผู้มีอำนาจ คือการสามารถพูดกลับกลอกได้ตลอดเวลา เหอะๆๆ รู้สึกแย่ได้อีก

    ความรู้สึกของความท้าทายเริ่มมอดลงทุกทีๆ  

    ชีวิตวัยเรียน คงสนุกกว่าจริงๆนั่นแหละ …….

    นี่แค่เริ่มต้นนะเนี่ยะ เด็กน้อยจริงๆเลยตรู ><!

    i’m na

    ช่วงนี้ห่างหายไปจากที่นี่นานพอสมควร ชีวิตลุยๆ วุ่นๆดี ความจริงก็ไม่ได้ตั้งใจจะเข้ามาเขียนอะไรหรอก เพียงแต่เห็นพี่ๆหลายคนเริ่มเข้ามาโหวกเหวกโวยวายกันหลายหน่ออยู่ ประมาณว่า “หายหัวไปเลยนะไอ้น้อง ไม่บอกไม่กล่าว” ประมาณนั้น

    ก็นะ อย่างว่าแหละ ช่วงนี้ไอ้น้องฝึกงานอ่ะนะพี่ เวล่ำเวลาจะมาเล่นมันก็เลยน้อยเต็มที ว่าแล้วก็โม้เรื่องที่ทำงานหน่อยดีกว่า

    ……วันแรกของการทำงานเริ่มวันที่ 19 มีนา เข้าโรงงานครั้งแรก คำอุทานจากสาวๆเด็กฝึกงานอย่างเราก็โคตรน่ารัก

    >>>> “แสรดดดด……..ร้อนโว้ยยยย” <<<<

    เข้างานวันแรก จะเป็นลมอยู่กลางไลน์กันทุกคน หน้าตาหมาไม่ทักกันถ้วนหน้า

     

    IMG_0548

     

    แต่ก็นะ ผ่านไป 2 วันเริ่มชิน ภูมิเริ่มดี 40-50 องศานี่เรียกสวรรค์ แต่วันนี้ก็ไม่ไหว ร้อนเวอร์ได้อีก 70 กว่าองศาอ่ะพี่น้อง นรกชัดๆ…… 

    ชีวิตฝึกงานก็ไม่มีรัยมากหรอก เข้าไปทำตัวหนิดหนมกับทุกคน หัวเราะเอิ๊กอ๊ากกับคนงาน แล้วก็ทำหน้าตาน่าสงสารขอความช่วยเหลือจากพี่ช่างทั้งหลาย

    ความจริง…..ก็ไม่ต้องทำหรอกนะ เพราะหน้าตาก็ไม่มีความรู้อยู่แล้ว พี่ช่างมองก็คงเก็ท ไอ้เด็กนี่แม่มน่าสงสารจริง เรียนมาซะก็สูง ไม่รู้เรื่องไรเล้ย 5555++

    ชีวิตตรู T___T

    อืม……ถึงทุกวันนี้ ก็ยังไม่รู้เรื่องเท่าไหร่อยู่ดี อาศัยลูกมั่ว กับรอยยิ้ม บวกลูกบ้าอีกนิดหน่อย ความจริง ก็ยังไม่ได้ทำรัยมากเลยนะ แต่พี่ๆที่นี่ส่วนใหญ่จะชอบบอกว่า ไอ้เด็กพวกนี้แม่มเถื่อน เหอะๆๆ กะอีแค่ปีนเครื่อง มันเถื่อนตรงไหนหว่า ><!

    พอพี่เริ่มเห็นว่าเถื่อน …. ก๊อก 2 ก็เริ่มมา เมื่อ 2 วันก่อน เริ่มมีเลี้ยงเหล้า 55555 พัฒนาจากเลี้ยงข้าว มามอมเหล้าซะงั้น พอไม่กิน ก็หาว่าอ่อน เหอๆๆ พอไม่เมา ก็โดนหาว่าพาพี่ไปมอม *O* กลายเป็นเด็กเลวอีกและตรู เอากะเค้าเหอะ

    แต่ก็นะ ยังงัยก็ต้องชื่นชมพี่ๆเค้าแหละ เวลาทำงานก็เจ๋งๆกันทุกคน ลุงยาม แม่บ้าน คนงาน พี่ช่าง แล้วก็หัวเน่าทุกส่วน ทำงานกันแจ่มๆทุกคน จะมีก็แต่เรานี่แหละ เข้าไปเป็นเดือนและ ยังทำรัยไม่เสร็จซักอย่าง วันศุกร์นี้คุณเจ้าของโรงงานก็เริ่มตามผลอีกและ เหลือเวลาพรุ่งนี้อีกวัน ไฟแช่ก้นอีกแล้ววุ้ย ...><! 

    เห้ยยย…..ทำไปทำมา เริ่มบ่นเรื่องตัวเองอีกและ

    กะจะเขียนภาพพจน์ดูดีๆซะหน่อย บ่นได้อีก วะ55555

    พอดีกว่า ง่วง ไม่รู้จะเขียนรัยและ อึนได้อีก

    ฝันดีถ้วนหน้า ต่อไปก็จะเริ่มหายหน้าไปแบบไม่โผล่หัวอีก จะเตรียมตัวโลภเอาเงินชาวบ้านเค้า เลยต้องซุ่มตัวไว้ในไหนิดส์นึง ไม่ได้ไปหาใครเท่าไหร่ ก็เอาเป็นว่าเข้าใจตรงกันแล้วกันเนอะ ^^ 

    IMG_0547

    7 เม.ย. 52

    คิดถึงสเปซ
    รู้สึกเหมือนไม่ได้เข้ามาเขียนอะไร พร่ำๆเพ้อนานแล้วนะเนี่ยะ
    ความจริงวันนี้งานยังไม่เสร็จหรอก แต่ก็เอาซะหน่อย
     
    ตอนนี้ผ่านการฝึกงานช่วงแรกไปแล้ว
    น่าดีใจกับผลตอบรับจากทางโรงงาน แต่ก็น่าเซรงกับคำตอบรับจากบรรดาคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลายแหล่
    บรรยากาศตอนประชุมเสนอแนวทางที่ผ่านมา ก็เจ๋งดี มีหลายๆความคิดให้เปิดมุมมอง
    แต่ส่วนใหญ่ บรรยากาศจะออกแนวมาคุซะมากกว่า
     ช่วงก่อนนำสนอ รู้สึกจะมีหลายๆเสียงพยายามจะบอกว่า "เห้ย ปล่อยแม่มเหอะ แกเป็นผู้อาวุโส"
    ที่พยายามบอก เพราะกลัวเราจะวีนกลางที่ประชุม
    กรีสสสส อิช้านกลายเป็นคนขี้วีนไปซะแว้ววว
    แต่ก็ช่างเหอะ ยังงัยก็มีคนทนไม่ไหว วีนแทนไปแล้ว รู้สึกสะใจจริงๆ กร๊ากกๆๆๆๆ
    คนวีนแทนก็ไม่ใช่ใครที่ไหน พี่ๆผู้ประกอบการจากบริษัทเราทั้งน้านนนน เอิ๊กๆๆๆ
    สะใจๆ ^@^
     
    ส่วนตอนนี้ ก็เริ่มฝึกงานช่วงที่ 2 แล้ว
    เหตุการณ์ช๊อคๆหน้างานเริ่มมีเยอะขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้เลยกลายเป็นวิศวกรมวยวัดกันไป
    โทรศัพท์ตอนนี้ก็เริ่มจะมีแต่เบอร์ผู้สูงวัย
    ก็ดีไปอย่าง กลายเป็นสนิทกะอาจารย์ทุกคนเลย 55555
     
    จะมีไม่ดีก็คงเป็นเรื่องสภาพร่างกายซะมากกว่า
    ทำงานกว่าจะเลิกก็ 6 โมงเย็นแล้ว กว่าจะกลับถึงหอก็ทุ่มนึง วันไหนอาจารย์เรียกประชุมอีกนี่ก็.....เกรียน!!
    นั่งคุยไปเหอะถึง 3 ทุ่ม 4 ทุ่ม
    กว่าจะถึงหอได้นอนจริงๆก็ตี 1 ตี 2 ตื่นอีกทีตี 5 อีก โอยยยยย ....ชีวิต T___T
    แต่สนุกทุกวันเลยนะ (แล้วจะบ่นเพื่อ.......???) = ='
     
        
     
    รวมๆแล้ว ถึงจะรู้สึกผิดหวังกับคอนเซ็ปโครงการ
    แต่ก็ประทับใจพวกพี่ๆที่ทำงาน ประทับใจฝ่ายบริหารทุกคน
    เหนื่อย .......แต่รู้สึกดีแฮะ
     
    ต้องขอบคุณ คุณเบญกับคุณเฮีย เจ้าของโรงงานที่ใจดีมากๆ ^_^ (ถึงจะหน้าดุ ชอบมองลอดแว่นตลอดก็เหอะ)
    ขอบคุณพี่พงษ์ ที่ชอบทำเราเขวออกนอกทางที่มันควรจะเป็นได้ทุกทีสิน่า ><!
    ขอบคุณเฮียปัน รายนี้ชอบพาไปเลี้ยงข้าว ชอบแอบด่า แต่หลังๆเริ่มด่าตรงๆมาหลายรอบและ = ="
    ความจริงไม่ได้ด่าหรอก แกสอนนั่นแหละ หุๆหุ
    >>>>อาชีพเรา คือคนขายฝัน<<<< (ประโยคเด็ดแกเล้ย..)
    ขอบคุณพี่ปู ..... คอยฟังนู๋บ่นนั่นบ่นนี่ตลอด เวลาคิดรัยไม่ออก รึอยากสบายใจ พี่ปูจะเจ๋งมาก (แอบโฆษณา 5555)
    ขอบคุณพี่ป๋อง..... สำหรับแนวคิดการตั้ง target ใช้ง่าย แก้ปัญหาไว เริ่ดดีค่ะ 
    แล้วก็ขอบคุณใครอีกหลายๆคน โดยเฉพาะพ่อกะแม่ ^_^
    คิดถึงแกจริงๆเล้ยยย....
     
     
      
     

    @ MU again

    วันนี้แล้ว
    ตื่นเต้นจิงวุ้ย
     
    >^<!
     
     

    จำ เ มื่ อ ค รั้ ง ยั ง เ ด็ ก อ ยู่ ไ ด้ มั๊ ย....

     
    เ ร า ทุ ก ค น ต่ า ง ก็ เ ค ย ล า ก เ ส้ น ต า ม ร อ ย ป ร ะ ใ น ส มุ ด คั ด ล า ย มื อ กั น ม า แ ล้ ว ทั้ ง นั้ น
     
    แ ต่ ทุ ก วั น นี้ เ ร า ต่ า ง ก็ มี ล า ย มื อ เ ป็ น ข อ ง ตั ว เ อ ง
     
    แ ล ะ ไ ม่ เ ค ย คิ ด ที่ จ ะ ต้ อ ง ก ลั บ ไ ป อ า ศั ย เ ส้ น ป ร ะ นั้ น อี ก
     
     

     
     เ ป็ น ตั ว ข อ ง ตั ว เ อ ง ค ง จ ะ ดี ที่ สุ ด
     
     

    ไม่เห็นอะไรเลย....

    ถ้ า ห น า ว   ....ก็ บ อ ก ว่ า ห น า ว

     

    ถ้ า เ จ็ บ   ........ก็ บ อ ก ว่ า เ จ็ บ

     

    ถ้ า คิ ด ถึ ง .......ก็ บ อ ก ว่ า คิ ด ถึ ง

     

    ถ้ า รั ก........ก็ บ อ ก ว่ า รั ก

     

    ..........

     

    ตอนนี้ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังรู้สึกอะไรอยู่

    ทุกอย่างในชีวิตดูสับสนวุ่นวาย

     ......

     

    วันนี้มีเรื่องราวแย่ๆเกิดขึ้นเยอะแยะไปหมด

    อาการโทษตัวเองเริ่มทำงานอย่างหนักตั้งแต่ 6 โมงเย็น

    น้ำตาไหลพรั่งพรูอีกครั้ง หลังจากที่เหือดหายไป 3 ปี

    ความรู้สึกเก่าๆที่อยากลืมกลับมาอีกแล้ว

    ฉันนี่มันโง่เง่าจริงๆ

    ...........

     

    แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น

    ก็ต้องขอบคุณอาร์มมากๆ ถ้าไม่มีนาย เราคงสลบอยู่ข้างทาง

    อาจจะมีอะไรร้ายๆมากกว่านี้อีกหลายเท่า

    ขอบคุณนายจริงๆ นี่เราเป็นหนี้นายอีกแล้วสิเนี่ยะ

    ..............

     

    หลายๆครั้งฉันก็มานั่งคิดว่า เราอยู่คนเดียวคงจะดีกว่า

    แบบว่าไม่อยากยุ่งกะใคร

    ทั้งๆที่เมื่อก่อนนี้จะอยู่ไม่ได้เลย จะเหงามากในทุกๆครั้ง

    แต่ตอนนี้กลับรู้สึกชอบที่จะอยู่กับมัน

    สงสัยชินซะแล้ว

     

    แต่ละวันที่ผ่านไปก็ไม่ได้ทำอะไรมากหรอก

    ทุกอย่างเป็นความซ้ำซากจำเจ ถึงจะสนุกกับที่ทำงาน

    แต่พอกลับเข้าห้อง ทุกอย่างก็เริ่มรุมเร้าเข้ามาอีกเหมือนเดิม

    นั่งหน้าคอมไปเรื่อย ดูทีวีบ้าง ฟังเพลงบ้าง

    ไม่มีเสียงโทรศัพท์ที่มักจะดังบ่อยๆ

    แล้วถามว่า ทำไรอยู่ อยู่ไหน กินข้าวยัง

    เหงามั๊ย เรียนได้หรือเปล่า ออกมาหาหน่อยดิ

    ไปเที่ยวกันมั๊ย คิดถึงแกว่ะ

    ถึงเหตุการณ์มันจะไม่เหมือนเดิม

    อาจเปลี่ยนไปบ้าง ก็คงต้องยอมรับมัน

     

    เอาเข้าจริง......เราก็ยังไม่ชินกับการอยู่คนเดียวอยู่ดี